Friday, October 01, 2010

Golden Spiral

Golden Spiral มาจากการแบ่งสัดส่วนของสีเหลียมทีละ 1:1.618 ของด้านยาว แล้วลากจุดตัด เป็นเส้นโค้ง











รูปตัวอย่าง
เรียบเรียงใหม่จาก

เทคนิค Golden Mean

อัตราส่วนทอง (อังกฤษ: golden ratio) ในทางคณิตศาสตร์และศิลปะนั้น, เลขสองจำนวน (สมมุติให้เป็น a, b และ a>b) จะเป็น "อัตราส่วนทอง" ถ้าอัตราส่วนระหว่างจำนวนมาก (a) ต่อผลรวม (a + b) มีค่าเท่ากับอัตราส่วนระหว่างจำนวนน้อย (b) ต่อจำนวนมาก (a)

"อัตราส่วนทอง" เป็นค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์ที่ไม่มีเหตุผลชัดเจน มีค่าประมาณ 1.6180339887[2] ชื่ออื่นที่เป็นที่รู้จักของ "อัตราส่วนทอง" ได้แก่ golden section (ละติน: sectio aurea) และ golden mean[3][4][5], extreme and mean ratio[6], medial section, divine proportion, divine section (ละติน : sectio divina), golden proportion, golden cut[7], golden number, และ mean of Phidias.[8][9][10]

อัตราส่วนทองมักจะแทนด้วยตัวอักษร "phi" ในภาษากรีก (φ).

 \frac{a+b}{a} = \frac{a}{b} = \varphi\,.

\varphi = \frac{1 + \sqrt{5}}{2}\approx 1.618\,033\,988\,

โดยค่านี้จะเป็นอัตราส่วนระหว่างค่าของลำดับ fibonacci 2 ค่า เช่น 610:987 => 1 : 1.618

อัตราส่วนทองในวิธีการเขียนต่าง ๆ

เลขฐานสอง : 1.1001111000110111011...

เลขฐานสิบ : 1.6180339887498948482...

เลขฐานสิบหก : 1.9E3779B97F4A7C15F39...

รากไม่รู้จบ : \sqrt{1+\sqrt{1+\sqrt{1+\sqrt{1+...}}}}

เศษส่วนไม่รู้จบ :

1 + \frac{1}{1 + \frac{1}{1 + \frac{1}{1 + \frac{1}{\ddots}}}}

การเขียนในรูปแบบพีชคณิต : \frac{1 + \sqrt{5}}{2}



ข้อมูลจากwikepedia http://en.wikipedia.org/wiki/Golden_ratio



จากการสำรวจและทดลอง รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่คนชอบมากที่สุดเป็น

สัดส่วน 1:1.618













จากรูป ขนาดสี่เหลี่ยมสีน้ำเงิน จะมีขนาดเท่ากับ 1:1.618 ของสี่เหลี่ยมใหญ่























Golden Section VS Rule of Third

ลองเทียบ 1.618:1 กับ 3:2
ใช้หลักการแบ่งเป็นสัดส่วนสี่เหลี่ยมคล้ายก็จะเป็นการเปลี่ยน golden section เป็น rule of third

เรียบเรียงใหม่จาก



Thursday, September 30, 2010

กฎ 3ส่วน

กฎสามส่วน (Rule of Third)

ภาพต่างๆ(ไม่จำเป็นว่าจะเป็นภาพถ่ายหรือไมนะครับ) จะอยู่แนวตั้งหรือแนวนอนก็ตาม หากเราแบ่งภาพนั้นออกเป็นสามส่วนเท่าๆกัน ทั้งตามแนวตั้งและแนวนอน เส้นที่ลากแบ่งภาพทั้งสามเส่น จะเกิดจุดตัดกันทั้งหมด 4 จุด ซึ่งจุดตัดของเส้นทั้งสี่นี้ จะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการจัดวางวัตถุที่ต้องการเน้นให้เป็นจุดเด่นหลัก ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้น จะเป็นส่วนสำคัญที่รองลงมา










การจัดวางตำแหน่งจุดเด่นหลักไม่ จำเป็นจะต้องตรงพอดี อาจจะวางเอาบริเวณใกล้เคียงทั้ง สี่จุดนี้ได้



















จากตัวอย่าง จะเห็นเราวางจุดเด่นที่ต้องการคือ ดอกไม้ ไว้บริเวณจุดตัด ทำให้ภาพดูสมบูรณ์ และมีพื้นที่ส่วนพื้นหลังที่เป้นจุดสนใจรองลงมาคือลำต้น มีพื้นที่เป็น2:3ของรูป (ในรูปแรก)


เราสามารถใช้แนวเส้นแบ่ง 3 เส้นนี้ เป็นแนวในการจัดสัดส่วนภาพได้ อย่างการจัดวางเส้นขอบฟ้า หรือ สิ่งที่ต้องการให้เป็นฉากหลังให้อยู่ในแนวเส้นแบ่ง โดยให้ส่วนพื้นดิน และท้องฟ้าหรือฉากหลัง อยู่ในอัตราส่วน 1:3ของรูป ก็คือให้มีพื่นที่พื้นดินเป็น 2:3ของรูป หรือให้มีพื้นที่ท้องฟ้าหรือฉากหลังให้เป็น 2:3ของรูป ไม่ควรแบ่ง 1:2ของรูป










ในรูปนี้จะเห็นจุดเด่นที่ต้องการใว้ใกล้เคียงกับจุดตัด และมีพื้นที่ส่วนของพื้นดินเป็น 1:3ของรูป









หรือการโคสอัพในรูปนี้ต้นกระบองเพชรมีพื้นที่ 2:3 ของรูป หรือ พื้นหลัง 1:3นั่นเอง

Thursday, October 15, 2009

สมดุล ที่ผมเข้าใจ

สมดุลที่บัญญัติ..?

ในความคิดของผม ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมานั้น ก็เพื่อสร้างความสมดุล เพื่อให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
ในสังคมการเมืองไทย สมดุลเสียไปจริง หรือไม่จริง ผมก็ไม่รู้
อะไรบางอย่างที่ไม่สมดุล มันก็ต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้อยู่ในเกฎเกณฑ์ ใครผิดใครถูก ผมก็ไม่ได้รู้ลึก รู้จริง ใคร สร้างภาพ-สร้างสถานการ เกิดความวุ่นวาย เกิดความเชื่อถือ เพื่อที่จะหาแนวร่วม ก็คงจะต้องทำความดี ทำในสิ่งที่ดี และดีจริงๆ ดีแบบที่ไม่มีข้อคอระหา ไม่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ กลายเป็นการทำดีแข่งขันกัน เพราะว่า ในเมื่อทำในสิ่งที่ยอมรับได้ มันก็ใกล้จะเป็นวันที่ทุกฝ่ายผสมผสานกันได้แล้วหล่ะ

สมดุลที่แท้จริง..?

สภาวะโลกร้อน ผมคิดว่ามันก็คือ สภาวะสมดุลที่โลกสร้างขึ้น มันไม่ใช่สภาวะไม่สมดุลแต่อย่างใด เพียงแค่สภาวะสมดุลในสภาวะโลกร้อนนั้น มันไม่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีขีวิตต่างๆเท่านั้น ทำให้คุณว่า สภาวะโลกร้อนนั้นไม่ใช่สภาวะที่เรียกว่าสภาวะสมดุล
และสิ่งต่างๆที่เราทำกันเพื่อไม่ให้สมดุลที่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิตในปัจจุบันนั้นเสียไป ผมจะเรียกการกระทำนั้น ว่าเป็นการกระทำ เพราะรักโลก หรือ เพราะรักสมดุลของสิ่งมีชีวิตกันแน่
เพราะโลกไม่ได้บอก ว่าที่คุณทำแบบนี้คือการแสดงความรักกับโลก คุณตีความไปกันเองหรือเปล่า ทีว่าสมดุลของสิ่งต่างๆในโลกที่ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตนั้นอยู่รอดปลอดภัย และเป็นสุข เป็นความรักที่โลกให้กับคุณ ในความเป็นจริงสิ่งต่างๆในโลกนั้นเพียงแค่ตอบแทนผลของสิ่งที่คุณกระทำอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น เวลาเราจะพัฒนาในสิ่งใด เราก็ควรที่จะคิดถึงอยู่เสมอว่า เราจะไม่ทำให้สมดุลใดเสียไป พึงระวังเอาไว้เสมอ ว่าบางสิ่งที่มีปัจจัยเพี่ยงน้อยนิดที่จะก่อปัญหา กำลังค่อยๆสะสม กว่าที่คุณจะคิดจะแก้ไข้ ปัญหาอันน้อยนิดนั้นก็อาจจะก่อตัวเป็นรูปร่างที่ไม่น้อยนิดแล้ว

สรุปแล้ว คำว่าสมดุลที่ผมเข้าใจ
สมดุลก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นนี่หล่ะครับ คือสมดุล จะเป็นสมดุลที่เรายอมรับหรือไม่ยอมรับ มันก็คือสมดุล
และจนกว่าเราจะกำหนดกฎเกณฑ์ ต่อสมดุลใดๆ
คำว่าไม่สมดุลจะเกิดขึ้นทันที
สิ่งที่เรียกว่าสมดุลอาจจะกลายเป็นไม่สมดุล สิ่งที่เรียกว่าไม่สมดุลก็อาจจะกลายเป็นสมดุล

พระมหาจู่ล้อม ชูเลื่อน (๒๕๔๖). ความกล้าหาญทางจริยธรรมในการบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์ในทศชาติชาดก. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาจริยศาสตร์ศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
© ลิขสิทธิ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล
ทรรศนะของอริสโตเติ้ลเรื่องจริยศาสตร์คุณธรรม.[ออนไลน์]

เข้าถึงได้จาก http://www.thaicadet.org/Ethics/Aristotle.html

สารานุกรมปรัชญาออนไลน์ฉบับสังเขปสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)[ออนไลน์]
เข้าถึงได้จากhttp://www.philospedia.net/index.html

Sunday, September 06, 2009

ประสาทสัมผัสที่มีอยู่ แต่อาจไม่เคยใช้กัน

ถ้าทุกคนในโลกนี้ เป็นคนตาบอดทั้งหมด แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น กับคนที่เกิดมา โดยที่ตาไม่บอดหล่ะ?
ใครก็ได้ช่วยไขข้อสงสัยผมที